Posts

Showing posts with the label Binocular Object

Kemble's Cascade

Image
ภาพเขียนจากความทรงจำ ของจริงสวยกว่ามาก ภาพนี้ไม่ได้ครึ่งของที่เคยดู คลิกภาพเพื่อขยาย ขอแนะนำออบเจคสำหรับไบนอคหรือกล้องสองตาโดยเฉพาะอีกตัว Kembel’s Cascade อยู่ในกลุ่มดาวยีราฟ ช่วงนี้ดูได้ตั้งแต่หัวค่ำ แต่อย่าให้มีพระจันทร์นะไม่งั้นโดนแสงจันทร์กลบหมด Kemble’s Cascade เป็นออบเจคประเภทที่เรียกว่าดาวเรียงหรือ Asterism คือดาวแต่ละดวงไม่มีความเกี่ยวพันเลย เพียงแค่บังเอิญมาเรียงกันเป็นรูปร่างต่างๆเมื่อมองจากโลก ผมเคยดูครั้งแรกเมื่อนานมาแล้วที่วัดมกุฎคีรีวัน คืนนั้นฟ้าใสและมืดดีมากและไม่มีแสงไฟกวนจากเมืองเลย ตอนนั้นยังไม่รู้วิธีหาตำแหน่ง ใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะหาเจอ แต่ก็คุ้มค่ามาก Kemble’s Cascade ในกล้องสองตา 7x42 เป็นกลุ่มของดาวจางๆราวสิบถึงยีสิบดวงเรียงตัวเป็นแถว ทำให้ดูเหมือนเป็น “สายธารแห่งแสง” ไหลลงไปที่ NGC1502 อย่างไรอย่างนั้น ภาพแบบที่บรรยายจะไม่เห็นจากกล้องดูดาวหรือจากภาพถ่ายครับ เพราะมุมแคบไปต้องดูจากกล้องสองตาในที่ๆไม่มีไฟกวนจากเมือง  ผมเคยดูอีกหลายครั้งทั้งที่หมูสีและบ้านหมี่ก็ไม่ประทับใจเท่าที่วัดมงกุฎครั้งนั้น เพราะท้องฟ้าสว่าง มีไฟกวนจากเมืองมากไป ถึงจะอยู่ในกลุ่มดาวย...

Messier 71

Image
ภาพสเก็ทช์ M71 จากภูสวนทรายผ่านกล้องเดูดาวแบบผสม 8.25" ภาพสเก็ทช์ M71 จากบางพลี จากกล้องดูดาว 4" กระจุกดาวทรงกลมในกลุ่มดาวลูกศรหรือ “ซิจิตต้า” หาง่ายเพราะอยู่ครึ่งทางระหว่าง ”เดลต้าซิจิตติ” กับ “แกมม่าซาจิตติ” พอดี หนังสือหลายเล่มบอกว่าไม่ยากนัก มองเห็นง่าย แม้แต่กับกล้องสองตาดีๆสักหน่อย ผมเองเคยเห็นที่บางพลีจากกล้องดูดาว 4” เมื่อปี 2008 เป็นแสงฟุ้งที่จางมาก แต่ก็พอรับได้เพราะเป็นชานเมือง กทม น่าแปลกที่เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา กลับกลายว่าไม่เห็นอะไรเลยแม้ว่าจะดูจากกล้องดูดาวขนาด 8.25” ก็ตาม แต่อย่างไรก็ตามมีโอกาสอีกครั้งกับท้องฟ้าระดับแมกนิจูด 6 อย่างภูสวนทราย เอ็ม 71 ในกล้องดูดาว 4” ที่กำลังขยายราว 40 เท่าก็เริ่มมองเห็นดาวในแสงฟุ้งที่เห็นได้ไม่ยาก ภาพที่เห็นจากมิวล่อน 8.25” ที่กำลังขยาย 135 เท่าแสงฟุ้งเป็นรูปทรงรี มองเห็นดาวอยู่ภาพยในราว 10-20 ดวงที่สว่างแตกต่างกัน ทางด้านทิศเหนือมีดาวเรียงเป็นแถวยาว เอ็ม 71 ไม่มีใจกลางที่สว่างเหมือนกระจุกดาวทรงกลมตัวอื่นที่เคยดู ทำให้เชื่อกันว่าเป็นกระจุกดาวเปิดที่มีดาวอยู่หนาแน่นเหมือนเอ็ม 11 เพิ่งจะได้รับการพิสูจน์ทราบว่าเป็นกระจุก...

Messier 30

Image
แม้อากาศเย็นแต่ความชื้นจากสารพัดพายุที่พัดถล่มเข้ามายังไม่หมดไปง่าย สองสามวันก่อนฟ้าเปิดให้วันสองวันแต่ผ้าก็ยังขุ่นไม่ใสอย่างที่ควร ฟอร์มาฮัลท์กับสี่เหลี่ยมใหญ่เพกาซัสแม้จะมองเห็นแต่ก็ริบหรี่ คืนนี้ค่อนข้างจะช้าไปหน่อยสำหรับแมสซายเออร์ 30 ที่อยู่ในกลุ่มดาวราศีมังกรที่ตกไล่หลังราศีธนูตอนหัวค่ำ แมสซายเออร์ 30 เป็นกระจุกดาวทรงกลมไม่ได้อยู่ในลิสต์ไหนๆขอผมมาก่อน ก่อนหน้าผมไปตรวจสอบเนบิวล่าดาวเคราะห์ NGC7009 ที่มีรูปร่างเหมือนดาวเสาร์ว่าจะมองเห็นจากที่บางพลีหรือเปล่า แล้วบังเอิญเห็นแมสซายเออร์ 30 ในแผนที่ว่าห่างไปแค่ 15 องศาทางตะวันออกเฉียงใต้ แมสซายเออร์ 30 สว่างกว่าที่คิดมาก ถึงฟ้าไม่ดีนักก็ยังดูได้จากกล้องหักเหแสง 4” ง่ายๆ เรียกว่าสว่างใกล้เคียงกับ M2 และ M15 ทีเดียว หากฟ้าดีพอก็ควรจะมองเห็นได้ขากกล้องสองตา 10x50 สิ่งที่เอ็ม 30 ดูแปลกไปกว่าตัวอื่นก็คือ มีรูปทรงรีชัดเจน แกนกลางสว่างเป็นทรงยาววางตามแนว ตะวันออก ตะวันตก มีใจกลางที่กลมและสว่างมาก ผมดูด้วยกล้องแบบผสม 8” f11 พอจะแยกภาพออกเป็นเม็ดดาวได้ที่กำลังขยาย 320 เท่า ที่แกนกลางมีดาวสีห้าดวงเรียงเป็นแถวยาว และมีสองสามดวงเรียงเป็นสร้อยจากใจ...

NGC6231

Image
NGC6231 ที่ 133 เท่า NGC6231 ที่ 21เท่า ค่ำนี้เป็นคืนที่สองที่มีดาวให้ดูในรอบสองสามเดือน กลุ่มดาวแมงป่องตอนปลายเดือนสิงหาคมตะแคงข้างทางทิศใต้ กระจุกดาวที่เป็นที่รู้จักดีอีกตัว ห่างจากดาวซีต้าสคอร์ปีแต่ครึ่งองศา NGC6231 กระจุกดาวที่ดูคล้ายดาวหางเมื่อดูด้วยตาเปล่าหรือกล้องสองตา ท้องฟ้าบริเวณนี้หากมืดสนิทจะเป็นบริเวณที่สวยที่สุดจุดหนึ่งบนฟ้า เพราะอยู่บนจุดที่สว่างที่สุดของทางช้างเผือก มีกระจุกดาวและเนบิวล่าให้สำรวจมากมายด้วยกล้องสองตาหรือกล้องดูดาวขนาดเล็กที่กำลังขยายต่ำ  กระจุกดาวตัวนี้ ค้นพบโดย จีวานนี้ โฮเดียน่า มีการกล่าวถึงว่าเป็น “luminosae” หรือแสงสว่าง ในหนังสือ “De Admirands Coeli Charecteribus” ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 1654 เป็นกระจุกดาวเกิดใหม่ที่อายุน้อยมากคือราว 3.2 ล้านปีเท่านั้น ผมว่าดูสวยด้วยกล้องสองตา ถ้าฟ้ามืดพอจะเห็นดาวพราวพราย นอกจาก NGC6312 แล้วยังมี Tr24 และ NGC6242 ที่เห็นในฟิลด์เดียวกัน หากดูในกล้องดูดาวที่กำลังขยายต่ำ ฟิลด์ภาพจะแคบลงแต่จะเห็นรายละเอียดที่ใจกลางกระจุกดาวมากขึ้น ซีต้าสคอร์ปีเป็นดาวคู่ที่แยกได้ง่ายและยังเป็นส่วนหนึ่งของ NGC6231 อีกด้วย ซีต้า 1 สีแดงอมเห...

Messier 7 : Ptolemy Cluster

Image
M7 Digital Sketch โดยผู้เขียน บ้านเราอยู่ในเขตร้อนชื้นใกล้เส้นศูนย์สูตร ทำให้เดือนสิงหาคมมีเมฆมาก ฝนชุก ต่างกับประเทศที่ตั้งอยู่ละติจูดสูงขึ้นไปจะเป็นฤดูร้อน ทำให้พวกเราไม่คุ้นเคยกับกลุ่มดาวในฤดูนี้เท่าไหร่ ทั้งที่ป็นช่วงที่ท้องฟ้าสวยงามที่สุดช่วงหนึ่งของปี อาทิตย์ก่อนฟ้ามีจังหวะฟ้าเปิดแม้เป็นเวลาสั้นๆ2-3 วัน ตอนหัวค่ำทางทิศใต้เต็มไปด้วยดาวเต็มฟ้า คนแบกงูยืนเหยียบแมงป่องที่ตะแคงข้างอยู่ใต้ฝ่าเท้า กาน้ำชาเอียงรินพวยกาลงมาที่หางแมงป่อง เป็นภาพสวยงามแม้จะมีแสงจากเมืองใหญ่รบกวนมากก็ตาม หากอยู่ไกลตัวเมืองสักหน่อย จะเห็นทางช้างเผือกบริเวณหางแมงป่อง พาดผ่านพวยกาน้ำชาข้ามฟ้าไปทางเหนือ เหนือหางแมงป่องไปทางตะวันออกเฉียงเหนือมีฝ้าฟุ้ง นี่คือกระจุกดาวแมสซายเออร์หมายเลข 7 เอ็ม 7 มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าทำให้เป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่โบราณ ปรากฎในหนังสือเก่าแก่ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 130 “Almagest” โดย “Ptoleme” มีข้อความกล่าวถึงไว้ว่า “เนบิวล่า ที่ปลายหางของแมงป่อง” ซึ่งก็อาจจะหมายถึงเอ็ม 6 ก็เป็นไปได้ ปัจจุบัน “กระจุกดาวปโตเลมี” หมายถึง เอ็ม 7 ในขณะที่เอ็ม 6 ที่อยู่ใกล้ๆเรียกกันว่า ”กระจุกดาวผีเสื้อ” ในกล้อง...

Cr 399 : Coat Hanger

Image
ภาพดิจิตอลสเก็ทช์จากกล้องดูดาว 80มม ความยาวโฟกัส 600 มม ที่ 15x โดยผู้เขียน มีดาวสองดวงที่มีสีส้มแดง ภาพจำลอง Coathanger - Cr399 เมื่อดูผ่านกล้องสองตา ภาพจาก Stellarium ในพื้นที่ของกลุ่มดาววัลเปกคูล่าหรือสุนัขจิ้งจอกนอกจากดัมเบลล์เนบิวล่ายังมีกระจุกดาวอีกตัวที่น่าชม CR399 - Coathanger CR399 เป็นที่ทราบกันในปัจจุบันว่าไม่ใช่กระจุกดาว แต่เป็นดาวสว่างแมกนิจูด 6-7 ราวหนึ่งโหลที่บังเอิญเรียงตัวเป็นรูปไม้แขวนเสื้อเมื่อมองจากโลก เราเรียกกลุ่มของดาวเล็กๆที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแบบนี้ว่า “ดาวเรียง” หรือ “Asterism” ดาวเรียงตัวนี้มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเป็นฝ้าฟุ้งขนาดจิ๋วราวเกือบครึ่งทางระหว่างดาวเวก้ากับอัลแตร์ ทำให้มีบันทึกไว้ตั้งแต่ 964 ก่อนคริสตศักราชโดย อัล ซูฟี เชื่อว่าน่าจะรู้จักกันมาก่อนหน้านั้นแต่ไม่มีบันทึกไว้ ในศตวรรษที่ 17 ค้นพบอีกครั้งโดย โฮเดียน่านักดาราศาสตร์ชาวอิตาเลี่ยน น่าแปลกใจที่วัตถุชิ้นนี้ไม่ปรากฎทั้งในแมสซายเออร์, เฮอร์เชลและ NGC แคตตาลอค ในปี 1920 D.F. Brocchi นักดาราศาสตร์สมัครเล่นชาวอเมริกัน ที่กำลังทำแผนที่ดาวให้สมาคมผู้สังเกตดาวแปรแสงอเมริกา - American Association of Vari...

Messier 6 : Butterfly Cluster

Image
กลุ่มดาวแมงป่องสว่างเด่นมองเห็นชัดเจนแม้จากในเมือง ดาวแอนทาเรสหรือปาริชาติสีแดงสดอยู่ในตำแหน่งหัวใจแมงป่อง มีกระจุกดาวทรงกลมเอ็ม 4 เคียงข้าง ลองสำรวจด้วยกล้องสองตาจากดาวชูล่าหรือหางแมงป่องไปทางทิศเหนือ 4 องศา จะพบกระจุกดาวเอ็ม 6 หรือกระจุกดาวผีเสื้อ สว่างสดใส แต่ต้องระวังจะสับสนกับเอ็ม 7 หรือปโตเลมี กระจุกดาวเปิดขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้กัน ผู้ที่พบกระจุกดาวตัวนี้เป็นคนแรกคือ จีโอวานนี่ โฮเดียน่า ในช่วงปี 1654 ส่วนแมสซายเออร์บันทึกไว้ในปี1764 เป็นหนึ่งในกระจุกดาวที่สวยที่สุดสำหรับกล้องสองตาหรือกล้องดูดาวขนาดเล็ก ในกล้องดูดาวเราจะเห็นดาวเรียงเป็นแนว 3 แถว สร้างเป็นภาพผีเสื้อกำลังกางปีกสองข้าง ที่ลำตัวผีเสื้อจะมีดาวดวงเล็กเรียงตัวเป็นอักษร “V” เป็นหนวดแมลงทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของใจกลาง ดาวในกระจุกส่วนมากอายุน้อยอยู่ในลำดับหลัก คลาส B สีขาว-ฟ้า มีดวงหนึ่งสว่างเด่นคลาส K2 สีส้ม กระจุกดาวมีสมาชิกราว 120 ดวง ห่างออกไปราว 1600 ปีแสง เส้นผ่านศูนย์กลางราว 12 ปีแสง ขนาดที่เห็นจากโลกประมาณครึ่งองศา ชื่อ: Butterfly Cluster กลุ่มดาว: Scorpius Catalog No.: Messier 6, NGC6405 ประเภท: Open Cluster Visual ...

Messier 4 : Cat’s Eye

Image
หนึ่งในกระจุกดาวทรงกลมหรือ Globular Cluster ที่อยู่ใกล้และสว่างที่สุด ห่างจากดาวแอนทาเรสหรือปาริชาติไปทางทิศตะวันตกประมาณ 1.3 องศา มีรายงานว่าสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหากฟ้ามืดพอ มีแถบสว่างและมืดผ่านกลางทำให้ดูคล้ายกับตาของแมวจึงได้ชื่อว่า “Cat’s Eye”  เอ็ม 4 ค้นพบในปี 1746 โดย Philippe Loys de Cheseaux ในเดือนพฤษภาคม 1764 แมสซายเออร์ได้สังเกตุอีกครั้งและให้หมายเลข 4 มีคำบรรยายว่า “cluster of very small star; with an inferior telescope it appears like a nebula; this cluster is situated near the Antares and on the same parallel.  หมายความว่าเอ็ม 4 สว่างจนยุคนั้นกล้องดูดาวของแมสซายเออร์สามารถมองเห็นดาวเป็นดวงได้แล้ว ส่วนแถบสว่างและแถบมืดที่พาดผ่าน พบว่ามีในบันทึกของ William Herchel และนายพลเรือ Smyth ชาวอังกฤษ เมื่อเดือนมืด มิถุนายน 2563 ที่บางพลีมีคืนหนึ่งที่ฟ้าใสเป็นพิเศษ ในกล้องดูดาวที่กำลังขยายต่ำ เอ็ม 4 สว่างจนไม่น่าเชื่อ บอลฟุ้งแสงสีขาวสว่าง เริ่มมองเห็นดาวเป็นเม็ดได้ที่กำลังขยายปานกลาง ที่กำลังขยายสูงแถบมืดและแถบสว่างมองเห็นชัดเจน คุณภาพท้องฟ้ามีผลอย่างมาก เพราะคืนก่อนห...

Messier 11 : เป็ดป่า อีกครั้ง

Image
ภาพสเก็ตช์เอ็ม 11 ที่เห็นจากกล้องสะท้อนแสง 8" ที่กำลังขยาย 133 เท่า แมสซายเออร์ 11 กระจุกดาวเป็ดป่า ตรงเขตติดต่อระหว่างกลุ่มดาวนกอินทรีกับโล่ เป็นกระจุกดาวอัดแน่นไปด้วยดาวละเอียดยิบดั่งเม็ดทราย ที่กำลังขยายปานกลางก็งามแต่มองไม่เห็น “ฝูงเป็ดป่า” ของนายพลเรือสมิธ ที่กำลังขยายสูงอย่างภาพนี้ เราจะเห็นดาวดวงเล็กที่วางตัวเป็นตัววีเหมือนฝูงบินเป็ดป่าที่กำลังบินมุ่งหน้าทางทิศใต้  เอ็ม 11 สว่างในกล้องดูดาวแม้ว่าจะมี Haze หนารอบด้าน ถ้าใช้วิธีมองเหลือบจะมองเห็นดาวราว 100-200 ดวง เป็นกระจุกดาวที่มีดาวเยอะมากตัวหนึ่ง ในกระจุกดาวมีแถบมืดหลายแถบภายใน เป็นกระจุกดาวที่แนะนำอย่างยิ่ง ภาพถ่ายหรือสเก็ตช์ไม่สามารถทดแทนความรู้สึกการมองเห็นด้วยตาตัวเองได้เลย ต้องดูด้วยตาตัวเองเท่านั้นครับ บล๊อกกระจุกดาวเป็ดป่าที่กำลังขยายปานกลาง คลิกตรงนี้ คลิกภาพเพื่อขยาย Name: Wild duck cluster Catalog number: Messier11, NGC6705 Type: Star Cluster Constellation: Scutum Visual Magnitude: +5.8 Apparent Size: 32’ Distance: 6100 ly R.A. 18h 52m 07.42s Dec. -06° 14’ 31.8”

Messier 83 : Southern Pinwheel Galaxy

Image
แมสซายเออร์ 83 มีจุดสังเกตคือดาวจางสามดวงที่เรียงเป็นแถวทางทิศใต้ เอ็ม83 จะอยู่บนดวงกลางพอดี ค่ำวันที่ 11 มิถุนายน 2563 ที่บางพลีอากาศดี ใสกระจ่าง ไร้เงาจากจันทร์บนพื้น ลมโชยเป็นระยะ ท้องฟ้าฝั่งทะเลทางทิศใต้ไร้เมฆแม้สักน้อย เสียแต่ว่ายุงเยอะเป็นพิเศษเหตุจากฝนที่ตกต่อเนื่องกันมาเป็นสัปดาห์ ต้องอาศัยยากันยุงและพัดลมเป็นตัวช่วย เซ็นทอรัสหรือคนครึ่งม้ามองเห็นได้เต็มตัวเหนือหลังคาบ้านตรงข้าม สูงขึ้นไปเป็นหางของงูไฮดร้า-กลุ่มดาวที่มีพื้นที่มากที่สุดบนฟ้า บริเวณเขตติดต่อระหว่างเซ็นทอร์กับไฮดร้ามีกาแลกซี่ที่สว่างที่สุดตัวหนึ่งในท้องฟ้าใต้ “แมสซายเออร์ 83” หรือ Sourthern Pinwheel ที่ได้ชื่อนี้เพราะ ได้มาจากลักษณะที่ดูคล้ายเอ็ม101 หรือ Pinwheel Galaxy ตรงหางของหมีใหญ่ แม้ท้องฟ้าใส แต่ด้วยมลภาวะทางแสงที่สูง ทำให้ชานเมืองหลวงยังไม่ดีพอที่จะมองเห็นเอ็ม 83 ผ่านกล้องสองตา สำหรับใครที่อยู่ไกลจากตัวเมืองผมชวนให้หยิบกล้องสองตาออกมาลอง วิธีการฮอบจะเริ่มจากทางไฮดราหรือเซ็นทอร์ก็ได้ แต่วันนี้ผมขอเริ่มข้อศอกข้างซ้ายของเซ็นทอร์หรือดาว “อิโอต้า เซ็นทอรี่” เพราะมองเห็นชัดเจนดี เอ็ม 83 จะห่างออกไปราว...

Messier 67

Image
จากกระจุกดาวรวงผึ้งไปทางตะวันอกเฉียงใต้ราว 9 องศา เป็นตำแหน่งของดาวชั้น A5 สีฟ้า-ขาวที่ชื่อว่า “อคูเบน” คำนี้แปลว่าก้ามปู ดาวดวงนี้สว่างอันดับสี่ในกลุ่มดาวแคนเซอร์แต่กลับได้ชื่อตามระบบของเบเยอร์ว่า “อัลฟ่า แคนครี่” หมายถึงดาวสว่างที่สุดในกลุ่มดาวแคนเซอร์ ทางตะวันตกของ อคูเบนเกือบ 2 องศา ในคืนที่ฟ้าดีและไกลจากตัวเมืองสักหน่อยเราจะเห็นฝ้ากลมจางด้วยกล้องสองตา กะจุกดาวเปิดอีกตัวในกลุ่มดาวปู แมสซายเออร์ 67 มีขนาดเล็กกว่าพระจันทร์เต็มดวงเล็กน้อย สว่าง 7 มัคนิจูดทำให้ค่อนข้างยากสำหรับชานเมืองใหญ่ที่มีมลภาวะทางแสงสูง ไม่นานนี้ผมดูด้วยกล้องหักเหแสง 4 นิ้วจากบางพลี แต่ท้องฟ้าค่อนข้างสว่างทำให้คอนทราสไม่ดี ต้องเพิ่มกำลังขยายเพื่อให้คอนทราสดีขึ้น ทำให้ภาพจางตามไปด้วย ที่กำลังขยาย 85 เท่ามองเห็นดาวราว 10-20 ดวง แต่ก็จางมาก ต่างจากที่เคยดูที่หมูสี เชิงเขาใหญ่ด้วยอุปกรณ์ชุดเดียวกัน ครั้งนั้นแค่กำลังขยายต่ำกระจุกดาวก็สว่างดูง่าย แถมยังมองเห็นได้จากกล้องสองตาขนาด 8x40 ด้วย กระจุกดาวตัวนี้ค้นพบโดยโยฮานน์ ก็อตฟรายด์ โคห์เลอร์ก่อนปี 1779 แต่บันทึกไว้ว่าเป็นเนบิวล่า แมสซายเออร์พบกระจุกดาวตัวนี้ใ...

ไปให้สุดที่รวงผึ้ง

Image
อาทิตย์สุดท้ายของเดือนเมษายนใกล้เข้ามา หกเหลี่ยมฤดูหนาวที่เคยมองเห็นได้เต็มวงมาตอนนี้ลับขอบฟ้าไปบางส่วนแล้ว กลุ่มดาวนายพรานแตะแคงข้างใกล้ลับฟ้าทางตะวันตก ดาวพอลลักซ์และคาสเตอร์ยังค่อนข้างสูงบนฟ้า กลางศรีษะมีดาวสว่างเด่นชื่อเรกูลัสดาวดวงนี้อยู่ในตำแหน่งหัวใจของสิงห์ในกลุ่มดาวสิงโตพอดี พื้นที่ว่างระหว่างเรกูลัสและคู่แฝดพอลลักซ์กับคาสเตอร์มีกลุ่มดาวจางกลุ่มหนึ่ง กลุ่มดาวแคนเซอร์หรือปูกลุ่มดาวประจำเดือนกรกฏาคม ที่แม้จะมองไม่เห็นแต่ก็หาตำแหน่งได้ง่าย กลุ่มดาวแคนเซอร์หรือกรกฎหรือปู กระจุกดาวจะเกาะกับเส้นสมมติระหว่างดาวสองดวงด้านบน ทำให้ดูเหมือนรวงผึ้งเกาะกับกิ่งไม้ กลุ่มดาวกลุ่มแคนเซอร์เป็นกลุ่มที่ท้าทายสำหรับมือใหม่ ดาวในกลุ่มเรียงเป็นตัวอักษร “Y” จางทีเดียวมองได้ยากแม้จะอยู่ชานเมืองเล็กๆ ใจกลางกลุ่มดาวปูมีกระจุกดาวเปิดขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในที่มืดสนิท กระจุกดาวเปิด Preasepe (พรี-ซี-พี) หรือกระจุกดาวรวงผึ้ง ดูผ่านกล้องสองตาจะสวยที่สุดและทำให้ทราบที่มาของชื่อ “รวงผึ้ง” ได้ เพื่อนสมาชิกน่าจะเคยดูกระจุกดาวรวงผึ้งมาก่อน แต่คราวนี้หากฟ้าเปิดลองหยิบเกล้องดูดาว...

NGC253 : Sculpture Galaxy

Image
วัตถุทุกชนิดต่างก็มีแรงดึงดูดเข้าหากันจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับมวล มนุษย์ อากาศ ดิน ดาวเทียม ดวงจันทร์ ต่างก็อยู่ใต้แรงดึงดูดหรือแรงโน้มถ่วงของโลก โลกกับดาวเคราะห์ทั้งหมดก็อยู่ใต้แรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ ทำให้โคจรรอบดวงอาทิตย์ไม่ลอยออกไปไหน ดวงอาทิตย์และดาวฤกษ์ทุกดวงที่เราเห็นต่างก็โคจรไปรอบแรงดึงดูดของหลุมดำขนาดยักษ์ที่ใจกลางทางช้างเผือก และยังไม่จบแค่นั้น ดาราจักรทางช้างเผือกและกาแลกซี่ใกล้เคียงคือ ดาราจักรแอนโดรเมด้า ดาราจักรไทรแองกูลั่ม และอีกกว่า 50 ดาราจักรต่างก็ดึงดูดซึ่งกันและกัน โคจรรอบจุดศูนย์กลางมวลร่วมกัน กลุ่มดาราจักรที่เราอยู่ด้วยนี้เรียกว่า “กลุ่มดาราจักรท้องถิ่น” และกลุ่มดาราจักรก็ไม่ได้มีแค่กลุ่มท้องถิ่นกลุ่มเดียว ยังมีอีกหลายกลุ่มฃ กลุ่มที่อยู่ใกล้กลุ่มท้องถิ่นของเรามากที่สุดคือ “กลุ่มดาราจักรสครับเจอร์” มี NGC253 เป็นดาราจักรที่สว่างที่สุด กลุ่มกาแลกซี่ท้องถิ่น (Local Group) และกาแลกซี่ใกล้เคียง ทางช้างเผือกอยู่ตรงกลาง Cr: Wiki Common [ click ] ดาราจักรสครับเจอร์เป็นหนึ่งในดาราจักรที่สว่างและดูง่ายที่สุดตัวหนึ่งบนฟ้า มองเห็นได้จากกล้องสองตาหรือกล้องเ...

Messier 1 : Crab Nebula

Image
“รัชสมัยจื้อเหอแห่งราชวงศ์ซ่ง วันจี๋โฉ่ว พระจันทร์แรม 5 ค่ำ ดาวผู้มาเยือนปรากฎขึ้นทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของถวนกวน ในเวลาเช้ามืด.... ” บันทึกจากสมัยราชวงศ์ซ่งในจีน เมื่อเทียบกลับมาเป็นวันสากลจะตรงกับ วันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1054 ดาวถวนกวนตรงกับ ซีต้า ทอรี่ ดาวผู้ว่าเยือนก็ตือซุปเปอร์โนว่าที่ก่อให้เกิด แมสซายเออร์ 1 ซึ่งตรงกับการคำนวณย้อนกลับเพื่อหาวันที่เกิดโนว่าจากการขยายตัวของเอ็ม 1 ตัวนี้พอดี “ดาวผู้มาเยือน” สว่างจนมองเห็นในท้องฟ้าตอนที่ยังโพล้เพล้อยู่ 23 วัน ค่อยหรี่แสงลงแต่ยังคงอยู่เป็นเวลา 653 วัน หรือเกือบสองปี นอกจากบันทึกจากเมืองจีนแล้ว ยังพบเบาะแสในญี่ปุ่น เกาหลี ตะวันออกกลางและในอเมริกาเหนือเกี่ยวกับซุปเปอร์โนว่าในครั้งนั้น ที่ปัจจุบันรู้จักในชื่อ SN1054 แมสซายเออร์ 1 หรือ NGC1952 เป็นซากจากการระเบิดของดาวฤกษ์อยู่ตรงดาวซีต้า ทอรี่หรือปลายเขาวัวฝั่งทางทิศใต้ แค่หนึ่งองศาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ พบเป็นครั้งแรกโดย จอนห์ เบวิส นักดาราศาสตร์สมัครเล่นชาวอังกฤษในปี 1731 เบวิสเพิ่มออบเจคชิ้นนี้ลงไปในแผนที่ท้องฟ้าของเขาที่ชื่อ Uranographia Britanica อีก 27 ปีต่อมาชาร์ล แมสซายเ...

IC405 : Flaming Star Nebula

Image
AE Aurigae คือดาวตรงลูกศรชี้ ดาวสว่างเป็นกลุ่มทางทิศตะวันออกเฉียงใต้คือ 16, 17,18, 19 Aur มองเห็นด้วยตาเปล่าเป็นแถบฟุ้งใจกลางกลุ่มดาวออริก้า ดูรายละเอียดได้ที่แผนที่ด้านล่าง ภาพสเก็ทช์ โดยผู้เขียน Flaming Star เป็นเนบิวล่าในกลุ่มดาวออริก้าที่ดูค่อนข้างยาก ทำให้ไม่น่าสนใจนักสำหรับการดูด้วยตา แต่ดาวสว่างในเนบิวลาที่ชื่อเออี (AE) ออริเก กลับน่าสนใจเสียจนยากจะมองข้าม เรื่องเริ่มต้นที่บริเวณโอไรออนเนบิวล่าเมื่อสองล้านห้าแสนปีก่อน เวลานั้นระบบดาวทราเปสเซี่ยมที่ใจกลางโอไรออนเนบิวล่ายังไม่กำเนิดขึ้นมา มีดาวฤกษ์สองดวงกระเด็นออกไปจากเนบิวล่า ด้วยความเร็วกว่า 100 กิโลเมตรต่อวินาทีในทิศทางตรงกันข้าม ดวงหนึ่งไปทางทิศเหนือ ตอนนี้อยู่ในกลุ่มดาวออริก้าหรือสารถีและเป็นที่มาของบทความนี้ “เออี  (AE)  ออริเก” อีกดวงไปทางทิศใต้ในกลุ่มดาวโคลอมบาหรือนกพิราบคือ “มิว (μ) โคลอมเบ” ไม่มีใครทราบแน่นอนว่าเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่เป็นไปได้คือระบบดาวคู่ขนาดใหญ่สองระบบชนกัน ทำให้เกิดแรงอะไรบางอย่างเหวี่ยงดาวฤกษ์สองดวงนี้ออกไป เส้นทางการเคลื่อนที่ของเออี ออริเกและมิว โคลอมเบ เริ่มต้นจากบริ...

Messier 42 : Orion Nebula

Image
ภาพสเก็ทช์กลุ่มดาวนายพรานโดยผู้เขียน ในกลุ่มดาวนายพราน “บีเทลจูส” กำลังอยู่ในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต แต่บริเวณที่เรียกกันว่า “ดาบ” หรือ “Sword” ใต้เข็มนายพราน กลับเป็นแหล่งของดาวเคราะห์เกิดใหม่ที่สว่างไสวที่สุดจุดหนึ่งบนท้องฟ้า “A Single Misty Star” อาจแปลว่า “ดาวหมอก” เป็นคำอธิบายดาวดวงกลางของ “ดาบ” ดาวดวงนี้ดูฟุ้งแปลกกว่าดวงอื่น เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจว่ากาลิเลโอผู้เปิดศักราชดาราศาสตร์ยุคกล้องดูดาวก็ไม่ได้กล่าวถึงเนบิวล่าตัวนี้เลย “The Great Nebula” หรือ “เนบิวล่าสว่างใหญ่” เนบิวล่าที่น่าจะรู้จักดีที่สุดในโลก การค้นพบจะให้เกียรติกับ Nicolas Peiresc ในปี 1611 และปี 1656 Cristian Huyghens เป็นคนแรกที่ให้ความสนใจกับใจกลางเนบิวล่าที่มีดาวสว่างหลายดวงเป็นพิเศษ ในปี 1769 ชาร์ล แมสซายเออร์ใส่หมายเลข 42 ให้วัตถุชิ้นนี้ในรายการชุดแรกของเขา Sword of Orion เมื่อดูจากกล้องดูดาวที่กำลังขยายต่ำ "ดาวหมอก" หรือ M42 คือจุดที่เป็นฝ้าฟุ้งกลางภาพ ภาพสเก็ทช์โดยผู้เขียน หากใช้กล้องสองตาหรือกล้องดูดาวขนาดเล็กที่กำลังขยายต่ำส่องดู จะพบว่าบริเวณ “ดาวหมอก” ของนายพรานเต็มไปด้...

NGC2244, NGC2237 : Rosette Nebula

Image
ภาพสเก็ทช์เนบูล่าโรเซ็ทท์โดยผู้เขียน กลุ่มดาวม้ายูนิคอร์นหรือโมโนเซรอสเป็นกลุ่มดาวจางมองเห็นค่อนข้างยาก แต่ก็เป็นแหล่งเพาะฟักตัวอ่อนดาวฤกษ์ขนาดใหญ่จุดหนึ่งบนฟ้า เรียกว่า Monoceros Nebula Complex ทั้งยังมีเนบูล่า กระจุกดาว จำนวนมาก เช่นเนบูล่าโคนและกระจุกดาวต้นคริสตมาส เนบูล่ากุหลาบหรือ Rosette Nebula ก็เป็นหนึ่งในนั้น ตัวเนบูล่ามีขนาดใหญ่และซับซ้อน ประกอบด้วย กระจุกดาว NGC2244 อยู่ตรงกลาง ล้อมด้วย NGC ถึง 4 ตัวคือ 2237 2238 2239 และ 2246 โดยทั่วไปเราจะใช้ชื่อ NGC2244 สำหรับกระจุกดาวที่ใจกลางและ NGC2237 หมายถึง Rosette Nebula ทั้งตัวซึ่งกินบริเวณราวหนึ่งองศา กระจุกดาว NGC2244 ที่ใจกลางกลางมองเห็นได้ง่ายจากกล้องสองตาและกล้องเล็ง เป็นดาวสว่างเรียงตัวยาวและแคบสว่างเด่นชัด เนบูล่าที่เป็นรูปดอกกุหลาบจางมากวอลเตอร์ สก็อตบอกว่าสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าและกล้องสองตาที่ดีได้ใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม สำหรับการสังเกตด้วยกล้องดูดาว เนื่องจากมีเนบูล่าขนาดใหญ่ทำให้ต้องใช้กล้องดูดาวที่ทางยาวโฟกัสไม่มากเกินไป เริ่มจากกำลังขยายต่ำ ใช้เลนส์ตามุมกว้างและฟ้าต้องดีพอ เพื่อให้ได้มุมมองที่กว้างที่สุด ...