Posts

Showing posts with the label Planetary Nebula

NGC2440

Image
เนบิวล่าดาวเคราะห์จะมีขนาดเล็กแต่จะสว่าง ทำให้เป็นตัวเลือกเวลาจะสำรวจท้องฟ้าจากบ้านบางพลี หลายตัวทำให้ประหลาดใจแบบ NGC2240 ในกลุ่มดาวท้ายเรือ กล้องดูดาวที่มีความยาวโฟกัสสูงๆอย่างทาคาฮาชิมิวลอน 210 ช่วยได้มากกับเพทายสีฟ้าเม็ดจิ๋วแบบนี้ ที่กำลังขยายต่ำ 2440 ก็เป็นจุดฟุ้งคล้ายดาวสีฟ้าเหมือนเนบิวล่าดาวเคราะห์ตัวอื่น สามารถไล่กำลังขยายขึ้นไปได้เรื่อยๆจนไปสุดที่ 480x ถึงภาพจะมืดมากแต่ก็ช่วยให้พอจะมองเห็นว่าเนบิวลาเป็นแสงฟุ้งทรงยาวรีไม่มีขอบเขตที่ชัดเจน ที่น่าสนใจคือมีปมแสงสองจุดอยู่ภายใน ดาวแคระขาวที่ใจกลางดูได้ยาก ผมมองไม่เห็น แต่น่าสนใจเพราะเป้นหนึ่งในดาวแคระขาวที่ร้อนที่สุดที่มีการค้นพบ (219,000 Kelvin) ตัวเนบิวล่ามีขนาดและความสว่างใกล้เคียงกับเอสกิโมเนบิวล่าดาวเคราะห์อีกตัวในกลุ่มดาวคนคู่ ผมลองดูจาก Borg 101ED กล้องดูดาวหักเหแสงขนาด 4” คู่ชีพ ก็ดูได้ที่ 36x มองเห็นเป็นจุดฟุ้งน้อยๆ คล้ายดาวแต่ไม่ใช่ สีฟ้าไม่ชัดเจนนัก ตำแหน่งหาไม่ยากนัก ห่างจาก M46 ไปทางทิศใต้ 4 องศา ถึงจะไม่เป็นที่รู้จักนัก แต่ผมว่าเป็นตัวที่น่าสนใจอีกตัวสำหรับ Visual Observer แนะนำให้ใช้กำลังขยายสูงกับกล้องดูดาวขนา...

IC418 : Spirograph Nebula

Image
เนบิวล่าดาวเคราะห์ที่ถูกมองข้ามในกลุ่มดาวกระต่ายป่า ตำแหน่งประมาณครึ่งทางระหว่างไรเจลกับอาร์เนบ (อัลฟา ลีปุริส) ดาวสว่างที่เป็นคอของกระต่าย มีรายงานว่ามองเห็นได้จากกล้องสองตาถ้าฟ้ามืดพอ ลักษณะเด่นที่ได้รับการพูดถึงบ่อยๆก็คือดาวตรงกลางสว่างมองเห็นง่าย ตัวเนบิวล่าขอบด้านนอกที่สว่าง และสีของเนบิวล่าที่นักดูดาวที่ใช้กล้องขนาดใหญ่บางคนเห็นเนบิวล่าเป็นสีเทาอมส้มทำให้ได้รับชื่อว่า “Rasberry” ส่วนชื่อ Spirograph มาจากภาพถ่ายของ Hubble ที่แสดงให้เห็นลวดลายภาพในของเนบิวล่ามีลักษณะคล้ายลายเส้นปากกาที่วาดจากไม้บรรทัดสไปโรกราฟสมัยก่อน เนบิวล่าดาวเคราะห์ตัวนี้ป็นตัวที่สว่างและน่าสนใจมากตัวหนึ่ง และเป็นเรื่องแปลกที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แม้จะเล็กแต่สว่างจนมองเห็นได้จาก Borg 4” จากบางพลีที่กำลังขยาย 33x เป็นจุดแสงคล้ายดาวแต่มีสีฟ้าอมเขียวทำให้รู้ว่าไม่น่าจะใช่ดาว แถมยังเติมกำลังขยายเข้าไปได้เรื่อยๆชนิดที่เหมือนไม่มีที่สิ้นสุด ใน Borg ผมไปจบที่ 170x มองเห็นเป็นแผ่นดิสก์สีเทาขนาดจิ๋ว ไปที่ Mewlon 210 กล้องดูดาวแบบผสมขนาด 8” ระยะโฟกัสที่ยาว (2415mm)ทำให้คอนทราสดีกว่าใน Borg มาก ที่กำลังขยายต่ำเป็นเหมือนด...

NGC2359 : Duck Nebula/Thor's Helmet

Image
ดวงอาทิตย์ใหญ่กว่าโลกราวร้อยเท่าเศษ มีมวลมากกว่าสามแสนสามหมื่นเท่า อุณหภูมิราวหมื่นองศาเซลเซียส เรียกว่าใหญ่มากแล้ว แต่ยังมีดาวฤกษ์ประเภทหนึ่งที่สุดขั้วกว่าดวงอาทิตย์มาก เราเรียกว่าดาว “วูลฟ์-ราเยท์ - Wolf-Rayet” ดาวประเภทนี้มีขนาดใหญ่ มวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 20 เท่าขึ้นไป สว่างกว่าล้านเท่า และมีอุณหภูมิสูงถึง 50,000 องศาเซลเซียส พบแล้วในทางช้างเผือกราว 500 ดวง เมื่อมวลสูงปฎิกริยานิวเคลียส์ฟิวชั่นก็รุนแรงตาม เกิดกระแสดาราวาต (Stellawind) รุนแรงตามไปด้วย แรงจนเป่ามวลสารกระจายออกจากตัวดาว มองเห็นเป็นเนบิวล่าเรืองแสงล้อมรอบ ในกลุ่มดาวคานิสเมเจอร์หรือหมาใหญ่มีเนบิวล่าที่เกิดจากดาววูลฟ์-ราเยท์เป่าออกมา เนบิวล่าตัวนี้พอมองเห็นจางๆจากกล้องสะท้อนแสง 8 นิ้ว แต่เมื่อดูผ่านฟิลเตอร์ OIII เนบิวล่าสว่างมากจนไม่น่าเชื่อ ส่วนดาว WR7  หรือ HD56925  ที่เป็นต้นกำเนิดเนบิวล่าพอมองเห็นเมื่อไม่ใช้ฟิลเตอร์ ความสว่างเมื่อดูผ่านฟิลเตอร์ ออกซิเจน III สอดคล้องกับข้อเท็จจริง มวลสารที่ดาราวาตเป่าออกมาส่วนมากเป็นออกซิเจน ที่เมื่อถูกกระตุ้นด้วยพลังงานจากตัวดาวก็แตกเป็นอิออนให้แสงโทนสีฟ้า-เขียว ดังที...

NGC1514 : The Crystal Ball

Image
เมื่อเรามองเห็นแสงฟุ้งในเลนส์ตา สิ่งที่เป็นไปได้มีสองแบบคือเป็นกลุ่มกาซที่ลอยในอวกาศที่เรียกว่าเนบิวลา หรือเป็นกลุ่มของดาวที่จางเกินกว่ากำลังลังของกล้องดูดาวของเราจะแยกเป็นภาพได้ เมื่อเราใช้กล้องดูดาวที่ขนาดใหญ่ขึ้นก็จะเริ่มแยกแสงฟุ้งออกเป็นดาวหลายดวงได้ ในช่วงแรกของการสำรวจท้องฟ้า วิลเลี่ยม เฮอร์เชลยังไม่รู้จักธรรมชาติของเนบิวล่าดาวเคราะห์ เขาคิดว่าเนบิวล่าที่ล้อมรอบเป็นแสงจากกระจุกดาวที่ไกลเกินกว่าจะมองเห็นเป็นดวงได้ จนกระทั่งในคืนวันที่ 13 พฤศจิกายน 1790 เฮอร์เชลพบ NGC1514 เรื่องของเนบิวล่าดาวเคราะห์ก็ได้รับการเปลี่ยนแปลง ถ้อยคำของเฮอร์เชลชวนให้ออกไปวางกล้องดูดาวเสียทันที “ปรากฎการณ์ที่ประหลาดที่สุด! ดาวสว่างแมกนิจูดที่ 8 ล้อมรอบด้วยบรรยากาศเบาบางเป็นทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางราว 3 นาที ดาวดวงนั้นอยู่ใจกลางพอดี ชั้นบรรยากาศเบาบาง จางและสม่ำเสมอจนไม่คิดว่าจะเป็นดาว(ที่ไกลออกไป) และทำให้เกิดข้อสงสัยในความเกี่ยวข้องระหว่างชั้นบรรยากาศกับดาวฤกษ์ที่ใจกลาง” NGC1514 แม้จะอยู่ในเขตของกลุ่มดาวทอรัสและไม่ไกลจากกระจุกดาวลูกไก่นัก แต่การฮอบเริ่มจากซีต้า (ζ) เพอร์เซอิดจะสะดวกที่สุด คริสต...

NGC7662 : Blue Snowball

Image
  ฟ้าจะดีหรือไม่ดีนอกเหนือการควบควบคุมของมนุษย์ สิ่งที่นักดูดาวพอจะทำได้ยามฟ้าปกคลุมด้วยหมอกควันและมลภาวะทางแสงคือเลือกออบเจคที่เหมาะสม หากยังจำกันได้ปลายกันยายน 2562 มีความกดอากาศสูงแผ่ลงมาสองสามวันแล้วถอยกลับไป คืนวันที่ 28 ต่อ 29 กันยายน 2562 เป็นช่วงที่ความกดอากาศสูงถอยกลับไปได้วันสองวัน ผลที่ตามมาคือท้องฟ้าขุ่นเต็มไปด้วยหมอกควัน ดาวที่เคยเต็มฟ้าเหลือแค่กลางศรีษะ มีน้อยดวงจนนับได้ ฟ้าแบบนี้ตัวเลือกก็คือกระจุกดาวที่สว่างและเนบูล่าดาวเคราะห์ที่มักจะเล็กแต่สว่างมากจนดูได้แม้กระทั่งจากในเมือง ผมเลือกลูกบอลสีฟ้า Blue snowball หรือ NGC7662 เนบูล่าดาวเคราะห์ที่พอดูได้ยามฟ้าเป็นแบบนี้ NGC7662 อยู่ตรงปลายแขนแอนโดรเมด้าฝั่งที่ถูกล่ามโซ่ ท้องฟ้าชานเมืองในคืนฟ้าใส เราน่าจะพอมองเห็นโอมิครอน (ο And) และอิโอต้าแอนโดรเมเด (ι And) ที่สว่างประมาณแมกนิจูดที่สี่ (ดาวทั้งสองเรียงเป็นโซ่ตรึงแขนแอนโดรเมด้าเอาไว้) NGC7662 อยู่ระหว่างดาวสองดวงนี้ แต่หากฟ้าแย่จนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็ต้อง Hop ไกลหน่อย จุดเริ่มอาจเป็นกาแลกซี่แอนโดรเมด้าก็ได้ ในกล้องเล็ง Blue snowball ดูเหมือนดาวแต่มีสีฟ้า กล้องดู...

NGC1535 : Cleopatra’s eye

Image
เนบูล่าดาวเคราะห์ตัวจิ๋วแต่สว่างในกลุ่มดาวอิริดานัสหรือกลุ่มดาวแม่น้ำ ห่างจากดาวแกมม่า อิริดานัส (γ Eri) 4 องศาทางทิศตะวันออก เพราะมีสีเขียวอมฟ้าจึงได้ชื่อตามราชินีคลีโอพัตราแห่งอียิปต์ที่ชอบแต้มสีฟ้าที่ขอบตา คนที่ไม่คุ้นกับกลุ่มดาวแม่น้ำคงต้องทำความคุ้นเคยกับรูปร่างที่คดเคี้ยวโค้งไปมาเหมือนสายน้ำของกลุ่มดาวกลุ่มนี้ก่อน แม้จะจางแต่ก็ไม่ยากจนเกินไปที่จะระบุดาวแต่ละจุดในโค้งน้ำ หากท้องฟ้าสว่างจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ก็สามารถใช้ไบนอคไล่ตามได้ ดาวแต่ละจุดสว่างเด่นชัดเจน γ Eri เป็นดาวลำดับที่ 5 ตามรูปร่างของกลุ่มดาว เป็นจุดหักโค้งของแม่น้ำ แม้จะจางแต่ดาวดวงนี้ผมเคยเห็นที่บางพลีด้วยตาเปล่าในคืนฟ้าใสระหว่างมองหาดาวหาง 41P/Wirtanen เมื่อปลายปี 2561 NGC1535 กับ เอสกิโม เนบูล่า คล้ายกันมากทั้งรูปร่างขนาด ครีโอพัตรา ที่กำลังขยาย 200เท่า มีลักษณะเป็นแผ่นกลมจางสีเทาขอบฟุ้ง ภายในมีวงแหวนบางซ้อนอยู่ ด้านในวงแหวนสว่างกว่าด้านนอกชัดเจน มีดาวจางอยู่ตรงกลางหนึ่งดวง ที่กำลังขยายต่ำเราจะเห็น NGC1535 เป็นจุดสีเขียว-ฟ้าคล้ายดาวเพียงแต่มีขอบฟุ้งจางบางโดยรอบ สามารถเพิ่มกำลังขยายขึ้นไปได้โดยภาพยั...

Messier 57 : Ring Nebula

Image
ภาพเสก็ทช์เอ็ม 57 เนบูล่าวงแหวนโดยผู้เขียน “Among the curiosities of the heaven…. a nebula that has a regular concentric dark spot in the middle… and is probably a ring of stars.” “ ท่ามกลางสิ่งมหัศจรรย์ของสวรรค์…. เนบิวลาที่มีจุดมืดเป็นศูนย์กลางอยู่ตรงกลาง ... และอาจเป็นแหวนของดวงดาว” -Sir William Herschel ดาวฤกษ์ที่มีมวลใกล้เคียงดวงอาทิตย์ของเรา เมื่อแกนกลางใช้เชื้อเพลิงหมดจนไม่สามารถจุดปฎิกริยานิวเคลียร์ต่อไปได้ ในช่วงสุดท้ายแห่งชีวิตขนาดของดาวจะขยายออกจนเกินกำลังที่ดาวจะยึดไว้ ผิวดาวและเนื้อสสารจะหลุดออกไปในอวกาศอันเวิ้งว้าง ทิ้งไว้แต่แกนคาร์บอนตรงกลางที่เรียกว่าดาวแคระขาว ผิวดาวและสสารที่หลุดออกมานี้เรียกว่าเนบูล่าดาวเคราะห์หรือ Planetary Nebula ที่ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับดาวเคราะห์แม้แต่น้อย ที่ได้ชื่อแบบนี้เพราะภาพที่เห็นจากกล้องดูดาวมักจะเป็นฝ้ากลมขนาดราวดาวเคราะห์ ในระยะแรกฟองกาซเนบูล่ายังเรืองแสงอยู่และจะขยายตัวออกไปเรื่อยๆ จนเย็นลงและจางหายไปในที่สุด เอ็ม 57 หรือเนบูล่าวงแหวนเป็นตัวอย่างที่ดีของเนบูล่าดาวเคราะห์และมักเป็นออบเจคแรกๆที่นักดูดาวมือใหม...

NGC3242 Ghost of Jupiter

Image
NGC3242 ในกลุ่มดาวงูไฮดราเป็นเนบูล่าดาวเคราะห์ที่รู้จักกันในชื่อ Ghost of Jupiter เพราะมีขนาดที่เห็นในกล้องดูดาวใกล้เคียงดาวพฤหัส ทั้งที่ความจริงแล้วขนาดต่างกันแบบเทียบกันไม่ได้ Ghost of Jupiter มีขนาดกว้างราว 1 ปีแสงและห่างออกไปราว 3600 ปีแสง ค้นพบโดยวิลเลี่ยม เฮอเชลล์เมื่อปี 1785 เป็นหนึ่งในเนบูล่าดาวเคราะห์ที่สว่างที่สุดตัวหนึ่งสว่างราว 8 แมกนิจูด ทำให้สามารถดูได้จากกล้องสองตาและกล้องดูดาวทุกขนาด ด้วยกล้องดูดาวขนาด 8 นิ้วที่กำลังขยาย 33 เท่า มองเห็น NGC3242 เป็นแผ่นกลมสว่างสีฟ้าอมเขียวซีด ดูเหมือนเป็นดาวเคราะห์เพราะไม่ใช่จุดแสงแบบดาวฤกษ์ทั่วไป และสามารถอัดกำลังขยายขึ้นไปได้อีก ที่กำลังขยาย 133 เท่ายังสว่างชัดเจน มองเห็นเป็นแผ่นกลมสีฟ้าอมเขียว ไม่เห็นโครงสร้างด้านในและดาวแคระขาวที่อยู่ตรงกลาง เป็นออบเจคที่สว่างและน่าดูตัวหนึ่ง ตำแหน่งหาง่ายอยู่ห่างจาก มิว ไฮเดร ไปทางทิศใต้ราว 2 องศา คำว่าเนบูล่าดาวเคราะห์หรือ Planetary Nebula ได้รับการเรียกชื่อแบบนี้ก็เพราะลักษณะที่ดูคล้ายดาวเคราะห์ ทั้งที่ความจริงไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย เช่น NGC3242 เกิดมาจากดาวฤกษ์ที่คล้ายดวงอาทิตย...

NGC40

Image
NGC40 ภาพสเก็ตโดยผู้เขียน NGC40 หรือ Caldwell 2 เนบูล่าดาวเคราะห์ในกลุ่มดาวเซฟิอุส คนแรกที่พบคือวิลเลียม เฮอเชลล์เมื่อปี 1788 เฮอเชลล์บรรยายไว้ว่า “ดาวแมกนิจูด 9 ที่ล้อมรอบด้วยเนบูล่าสีน้ำนม” ในยุคนั้นเฮอเชลล์ใช้กล้องดูดาวขนาดหน้ากล้อง 475มม แต่ในยุคนี้คุณภาพของอุปกรณ์ดีขึ้นมาก มีรายงานว่ากล้องดูดาวขนาด 100มม ก็สามารถชมได้แล้ว ในคืนที่ผมสังเกต เป็นเวลาราวเที่ยงคืนของต้นเดือนธันวาคม กลุ่มดาวเซฟิอุส อยู่ตำแหน่งตะแคงข้างและเริ่มลับขอบฟ้า หอดูดาว TJ แม้จะอยู่ใกล้ตัวเมืองบ้านหมี่แต่แสงรบกวนจากตัวเมืองไม่มากนัก ทิศเหนือมองเห็นดาวเหนือสว่างกว่าที่เขาใหญ่เสียอีก ทำให้พอจะมองเห็นดาวแมกนิจูด 3-4 บริเวณนั้นได้อยู่ ด้วยกล้องดูดาวสะท้อนแสงขนาด 8 นิ้ว เริ่มจากกำลังขยายต่ำที่สุดคือ 33 เท่า แม้ว่าต้องใช้วิธีมองเหลือบแต่ NGC40 ก็ถือว่าเป็นเนบูล่าดาวเคราะห์ที่สว่างมากตัวหนึ่ง เมื่อเพิ่มกำลังขยายอีกขั้นหนึ่งเป็น 56เท่า เป็นเรื่องแปลกที่มองเห็นง่ายขึ้น ชัดเจนขึ้น NGC40 มีดาวสว่างดวงหนึ่งอยู่ตรงกลางแผ่นดิสก์จางขาว ลักษณะเหมือนที่เฮอเชลล์บรรยายไว้ทุกประการ เมื่อเพิ่มกำลังขยายเป็น 133 เท่...

NGC2392 Eskimo Nebula

Image
ภาพสเก็ตเอสกิโมเนบูล่า โดยชล เนบูล่าดาวเคราะห์จิ๋วในกลุ่มดาวคนคู่ ตำแหน่งใกล้กับดาวคู่ 63 เจมิโนรุมที่สว่างประมาณแมกนิจูด 5 ค้นพบโดยวิลเลี่ยม เฮอเชลล์ในปี 1787 และมีคำอธิบายโดยจอห์น เฮอเชลล์ไว้ว่า “ ดาวสว่างแมกนิจูด 9 อยู่ตรงกลางพอดีของทรงกลมสว่างที่มีบรรยากาศกระจายออกไปโดยรอบ ” สำหรับผมเอง ดูด้วยกล้องสะท้อนแสงขนาด 8 นิ้ว ความยาวโฟกัสที่ 1000 มม เริ่มจากกำลังขยาย 33 เท่า เมื่อวางดาว 63 เจมิโนรุมไว้กลางฟิลด์ ต่ำลงไปทางทิศใต้ ราวครึ่งองศา จะมองเห็นดาวสองดวงอยู่คู่กันสว่างใกล้เคียงกัน ดวงหนึ่งสีจะออกฟ้าเขียว เมื่อดูให้ดีจะเห็นว่าไม่ใช่จุดแสงแต่เป็นแผ่นกลมขนาดเล็กมาก

NGC7293 Helix Nebula

Image
เฮลิกซ์เนบูล่า ภาพกลับค่าสีจากขาวเป็นดำให้เหมือนกับภาพที่เห็นจริงผ่านกล้องดูดาว หัวค่ำวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมาเป็นโอกาสสุดท้ายของปีที่จะดู NGC7293 เนบูล่าดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้โลกและมีขนาดใหญ่ที่สุดบนท้องฟ้าในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำหรือราศีกุมภ์ เฮลิกซ์เนบูล่าหรือ NGC7293 ได้ชื่อมาจากลักษณะที่เหมือนวงกลมซ้อนกันสองวงทำให้มองเห็นเป็นเกลียว ตัวเนบูล่ามีขนาดใหญ่ราว 1/4 องศาหรือครึ่งหนึ่งของพระจันทร์เต็มดวง ตัวเนบูล่าแม้จะจางมากแต่ก็มีรายงานว่ามองเห็นได้จากกล้องสองตาขนาด 50 มม ซึ่งผมก็เชื่อว่ามองเห็นได้หากท้องฟ้ามืดและใสพอ ในวันที่ผมสังเกต เฮลิกซ์อยู่สูงจากขอบฟ้าทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 45 องศา อากาศก็ไม่ค่อยดีนักมีหมอกควันบางๆ เมื่อรวมกับแสงไฟจากตัวเมืองอำเภอบ้านหมี่ที่อยู่ด้านนี้ทำให้ท้องฟ้าดูสว่างโพลนไปหมด ดาวสว่างที่สุดที่มองเห็นราวแมกนิจูดที่ 3 ผมเริ่มต้นการเดินทางจากดาวสว่างทางทิศใต้ที่ชื่อ “ ฟอมาลฮอลท์ ” (Fomalhult) จากนั้นเปิดแผนที่ฮอปไปจนเจอดาว “ อัพซิลอน อควาริ ” (ε Aqualii)  เฮลิกซ์จะอยู่ราว 1/3 ของระยะทางไปดาว “47 อควารี ” เส้นทางการ...

Messier 46 & NGC2438

Image
ทางช้างเผือกตอนเหนือของกลุ่มดาวท้ายเรือใกล้รอยต่อกลุ่มดาวหมาใหญ่และม้ายูนิคอร์น มีกระจุกดาวที่เด่นและสว่างจนมองเห็นด้วยตาเปล่า 2 ตัวคือ แมสซายเออร์ 46 และ แมสซายเออร์ 47 ทั้งสองตัวอยู่ห่างกันประมาณ 1.5 องศา 
เมื่อใช้กล้องสองตาขนาด 8x40 เอ็ม46 และ เอ็ม47 จะปรากฎในฟิลด์เดียวกัน เอ็ม46 จะเป็นฝ้าบาง ขณะที่ เอ็ม47 จะสว่างและหยาบกว่า พอจะมองเห็นดาวได้บ้างสองสามดวง แมสซายเออร์ 46 มีจุดที่น่าสนใจกว่ากระจุกดาวปกติคือมีเนบูล่าดาวเคราะห์อยู่ด้วย ด้วยสภาพท้องฟ้ากลางๆ ถ้ามองผ่านกล้องดูดาวหักเหแสงขนาด 4 นิ้วอย่าง BORG 101ED ยังสามารถมองเห็นเนบูล่าดาวเคราะห์ NGC2438 ได้ด้วยการมองเหลือบ ในกล้องดูดาวที่ขนาดใหญ่ขึ้นอีก 30 มิลลิเมตรอย่าง TOA130 เนบูล่าดาวเคราะห์สว่าง ชัดเจน และสามารถเห็นนิวเคลียสเห็นได้ด้วยการมองเหลือบ (NGC2438 ในภาพจะเป็นปื้นกลมสีเทา)

 ภาพที่เห็นจาก TOA130 ตัวกระจุกดาวประกอบด้วยดาวดวงเล็กๆที่สว่างใกล้เคียงกันประมาณ 50 ดวง เป็นกระจุกดาวที่สเก็ตยากมากตัวนึงเพราะจับรูปแบบของดาวไม่ได้ และหากมองเหลือบจะเห็นดาวจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณเท่าตัวทำให้เพิ่มความยากมากขึ้น แต่ก็ทำ...

Messier27 Dumbbell Nebula

Image
กลุ่มดาวจางๆที่ชื่อไม่ค่อยคุ้นหูอย่าง Vulpecula -วาลเปคคูล่า หรือหมาจิ้งจอก แต่กลับมีเนบิวล่าดาวเคราะห์ที่เป็นที่รู้จักดีอย่างยิ่ง “แมสซายเออร์ 27” หรือ “Dumbbell Nebula” เอ็ม 27 เป็นหนึ่งในสี่เนบิวล่าดาวเคราะห์ในแมสซายเออร์แคตตาลอค และเป็นเนบิวล่าดาวเคราะห์ที่ดูได้ง่ายที่สุดบนฟ้า แม้จะสว่างเป็นรองเฮลิกซ์เนบิวล่าซึ่งเป็นเนบิวลาดาวเคราะห์ที่สว่างที่สุด แต่ด้วยขนาดที่เล็กกว่าทำให้ความสว่างพื้นผิวดีกว่า ดูง่ายกว่าเฮลิกซ์มาก ค้นพบโดยเมสซายเออร์ในเดือนกรกฏาคมปี 1764 ชื่อ ”ดัมเบล” ได้มาจากการอธิบายของ โทมัส เวบบ์บาทหลวงนักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษที่อธิบายไว้ว่า “เหมือนฝ้าฟุ้งสองก้อนเคียงกัน” ดัมเบลเนบิวล่าเป็นเนบิวล่าดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่ ในกล้องดูดาวขนาดสี่นิ้ว ที่กำลังขยาย 56 เท่า ผมมองเห็นเป็นแท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้าสว่างเรียบ ปลายของสี่เหลี่ยมทั้งสองด้านโค้งและมีแขนยื่นออกมาตามมุมเล็กน้อยเมื่อมองเหลือบ เชื่อว่าดูได้จากชานเมืองใหญ่อย่างบางพลีในคืนที่ฟ้าดี เนื่องจากดาวสว่างที่สุดในกลุ่มดาวจิ้งจอกสว่างแค่ แมกนิจูด 4.5 ทำให้เราอาศัยดาวแกมม่า (γ) ซาจิทอีในกลุ่มดาวลูกศรง่ายกว่ามาก เอ็ม27 จะห่าง...